七夕祭 : เทศกาลทานะบาตะ


 

เทศกาลทานะบะตะ

 七夕祭 : たなばたまつり อ่านว่า “tanabata matsuri ทะนะบะตะมะซึริ” อักษรตัวแรก แปลว่าเจ็ด โดยปกติคำนี้จะอ่านว่า なな“นะนะ” หรือ しち“ชิชิ ” ( “ชิ” สองตัวออกเสียงไม่เหมือนกันครับ ถ้าให้อธิบายง่ายก็คือตัวหน้าจะออกเสียงโดยไม่มีการเอาลิ้นกั้นลมเวลาออกเสียง ส่วนตัวหลังจะกั้นลมด้วยลิ้่นที่ปุ่ีมเหงือกแล้วดันลมออกเสียงออกมา)

 

อักษรตัวที่สอง 夕 : ゆう อ่านว่า yuu “ยู” แปลว่า ยามเย็น แต่พอรวมกันแล้วจะอ่านว่าทะนะบะตะ (คำที่มารวมกันแล้วอ่านเป็นอีกอย่างต่างกับหลักปกติยังมีอีกมากมาย ซึ่งคำพวกนี้มักจะทำให้คนต่างชาติปวดหัวอยู่บ่อยๆ)

ส่วนคำถัดมาถ้าเป็นผู้ติดตามคอลัมน์นี้มานานอาจจะจำได้ว่าเคยแนะนำคำนี้ไปแล้ว คือคำว่า 祭 : まつり อ่านว่า matsuri “มะซึริ” หมายถึง งานเทศกาล ซึ่งเทศกาลทะนะบะตะนั้่นจะจัดทุกวันที่เจ็ดเดือนเจ็ด (เดือนกรกฏาคม ของทุกปี )

 
七 : なな , しち
nana , shichi เจ็ด
  夕 : ゆう yuu ยามเย็น
  祭 : まつり matsuri เทศกาล

 

ที่มาของเ้ทศกาลนี้เป็นตำนานเกี่ยวกัีบความเชื่ิิอเกี่ยวกับดวงดาว มีตำนานของจีนโบราณเล่าสืบต่อกันมาว่า มีเจ้าหญิงชื่ิิอโอะริฮิเมะ 織り姫 ทำงานทอผ้่าให้กับเหล่าเทพทั้งหลาย

 

 
星 : ほし
hoshi ดวงดาว
  織り : おり ori การทอผ้า
  姫 : ひめ hime เจ้าหญิง

 

เจ้าหญิงเป็นผู้่ที่ทำงานอย่างขยันขันแข็งจนเป็นที่ยอมรับจากเหล่าเทพทั้งหลายในเรื่องฝีมือ แต่มีปัญหาก็คือเจ้าหญิงไม่สนใจเรื่ิิองอื่นใด ๆ ทั้งสิ้นรวมถึงการหาคู่ครอง ทำให้บิดาเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าจะต้องอยู่คานทองธานี จึงจัดการหาคู่มาให้ดูตัวกัน โดยฝ่ายชายก็เป็นผู้ที่ขยันเอาการเอางานเช่นกันชื่อฮิโกะโบะชิ ทำงานเลี้ยงสัตว์ พอทั้งคู่ได้มาเจอกันก็เข้ากันได้ดีเลย ทำให้เริ่มไม่สนใจทุ่มเทในงานของตนเหมือนก่อน เอาแต่เที่ยวสนุกไปเรื่ิอย ๆ ( ถ้าแปลเป็นภาษาง่าย ๆ ก็คือใจแตกนั่นเอง) ทำให้เกิดผลกระทบต่อเหล่าเทพที่รอผ้าที่สั่ง และผลผลิตจากสัตว์ที่เลี้ยงไว้ จนบิดาของฝ่ายหญิงโกรธจึงสั่งให้แยกกัน โดยมีแม่น้ำสายใหญ่คั่นกลางเป็นเขตกักบริเวณ โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าตั้งใจทำงานอย่างเมื่อก่อน จะให้มาพบกันปีละครั้งในวันที่เจ็ดเดือนเจ็ดของทุกปี

ดังนั้นทั้งคู่จึงกลับไปตั้งใจทำงานของตนเหมือนเดิมเพื่อที่จะได้มาพบกันอีกครั้ง โดยแม่น้ำจะลดระดับลงทำให้ทั้งคู่ได้พบกัน ถ้าฝนตกจะมีนกพาบินข้ามมาพบกันซึ่งผู้คนก็จะเอาใจช่วยให้อากาศดีในวันนั้นแต่ช่วงนั้นอยู่ในช่วงฤดูฝนพายุมักจะเข้า ตามสถิติแล้วจะมีวันที่อากาศดีฟ้าแจ้งแจ่มใสน้อยมาก ฟังดูแล้วเป็นที่น่าสงสารอย่างยิ่ง แต่มีนักแสดงตลกญี่ปุ่นคนหนึ่งได้กล่าวเล่นๆว่า จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องที่น่าสงสารอะไรหรอก พอผมฟังแล้วก็งงว่าเพราะอะไร เขากล่่าวว่าจริงๆแล้วพวกเราน่าสงสารกว่่าเพราะถึงแม้เราจะพบกันทุกวันตลอดชีวิต ก็ยังไม่เท่ากับจำนวนเวลาที่ทั้งคู่พบกันตั้งแต่โลกเกิดถึงแม้ว่าจะปีละครั้งก็ตาม ทำให้ผมรู้สึกว่า เออจริงแฮะ (ภาษาญี่ปุ่นจะใช้คำว่า なるほど นารุโฮะโดะ ซึ่งใช้พูดรับเวลาเข้าใจในสิ่งที่ถูกอธิบายอยู่ คำนี้มักจะได้ยินบ่อยๆเวลาสนทนากับคนญี่ปุ่น)

 

งานเทศกาลทะนะบะตะนั้นจะถือเป็นโอกาสการขับไล่สิ่งที่ไม่ดีิออกไปจากตัว ดังนั้นจะมีการประดับตกแต่งนำเอากระดา่ษเขียนสีสันต่างๆ ขอพรต่อเทพเทวดา มาิติดกับก้านใบของต้นไผ่ (竹:たけ อ่านว่า take “ทะเข”) ในกระดาษก็จะัเขียนขอให้้มีความสุขปราศจากสิ่งที่ร้ายๆ โรคภัียไข้เจ็บทั้งปวง แล้วก็นำเอามาประดับที่บ้านหรือตามที่ต่างให้สวยงาม

 

 
竹:たけ
take ต้นไผ่

 

แต่อันนี้เป็นระดับเล็ก ๆ ครับ ในญี่ปุ่นบางท้องถิ่นมีการจัดเป็นเทศกาลใหญ่โตจนเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียง เช่น ที่เมืองฮิระซึคะ ในจัีงหวัดคะนะกะวะ ( Kanagawa เป็นจังหวัดทางตะวันตกของเมืองโตเกียว ) จะมีการประดับตกแต่งด้วยโคมกระดาษ หรือสิ่งของห้อยระย้าที่มีสีสันสวยงามสะดุดตาที่ย่านตลาดของเมือง นอกจากนี้ยังการเดินพาเหรด ประกวดเจ้าหญิงโอะริฮิเมะ มีการประกวดดอกไม้ไฟและอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งที่นี่ได้มีการจัดติดต่อกันมาเป็นเวลานาน โดยมีจุดประสงค์หลักคือให้่ตัวเมืองมีความสดใส เพื่อที่จะทำให้กิจการการค้าขายภายในตัวเมืิองมีความกระตือรือร้น คึกคักมากขึ้น
ในปัีจจุบันไม่ว่าที่ไหนก็ตามการธุรกิจการค้าขายของร้านรายย่อยในตลาดมักจะซบเซา จึงมีหลายที่ที่อาศัยเทศกาลต่างเหล่านี้ในการเรียกลูกค้า เป็นจุดเริ่มต้นหรือเป็นการจุดประกายที่ดี (ภาษาญี่ปุ่นจะใช้ึึคำว่า きっかけ อ่านว่า “ คิึคคะเค”) จึงทำให้เทศกาลทะนะบะตะทำสืบต่อกันมาในเมืองนี้จนถึงปัจจุบัน โดยแต่ละปีจะจัดในช่วงวัีนที่ 7 เดือนกรกฏาคม

เมื่อเทศกาลทะนะบะตะเริ่มขึ้นก็เป็นสัญญาณขอการเริ่มเทศกาลฤดูร้อนต่างๆที่จะตามมา (รวมถึงปิดภาคเรียนอัีนเป็นที่รอคอยด้วย) สาวๆก็แต่งชุดคิโมะโนะของฤดูร้อน ( 浴衣 : ゆかた อ่านว่า “ยุกะตะ” )ทีมีสีสันสดใผู้ชายก็จะใส่ชุดแบบญี่ปุ่นหรือไม่ก็เป็นชุดสบาย แล้วก็มารวมกันตามงานเทศกาลเพื่อใช้เวลาอันสนุกสนานร่วมกัน ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่พวกเราทั้งหลายรอคอย เหมือนกับที่ีเจ้าหญิงโอะริฮิเมะและฮิโกะโบะชิรอคอยที่จะมาพบกันละครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นกำลังใจให้ทั้่งสองได้มาเจอกันครับ เพราะตราบใดที่ทั้งสองได้มาเจอกันก็หมายความว่าโลกของเราใบนี้ก็ยังหมุน และก็มีอายุมากขึ้นอีึกต่อไปด้วย

Posted on กรกฎาคม 7, 2011, in หน้าหลัก. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

แสดงความคิดเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: